บล. เอเชีย พลัส เผยว่า น้ำมันดีด เศรษฐกิจจีนฟื้น หุ้นอะไรแข็งแกร่งกว่าตลาด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวขึ้น 2.76% ปิดที่ระดับ 74.77 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังจากหลัง TRUMP ขู่เรียก เก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากเขามองว่ารัสเซียกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติ สงครามในยูเครน ทั้งนี้ รัสเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันใน ตลาดโลกตึงตัวขึ้น(SUPPLY ลดลง) ส่วนอีก 1 ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.5 จุด ในเดือนมี.ค.68 ดีกว่าเดือน ก.พ.68 และดีกว่าคาด อีกทั้งตัวเลขดังกล่าวขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดใน รอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ แม้จะ อยู่ในช่วงคคความกังวล TRADE TARIFF ของ TRUMP ก็ตาม ซึ่งหนุนให้ฝั่งอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น (DEMAND เพิ่มขึ้น) ดังนั้น ภาพรวม SET INDEX ในช่วงสั้นคาดได้รับ SENTIMENT เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าว โดยมีหุ้นกลุ่ม พลังงาน-โรงกลั่นเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งมีน้ำหนัก (MARKET CAP) สูงถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักทั้งหมด และน่าจะหนุน ให้ SET วันนี้แกว่งผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ โดยมองกรอบการเคลื่อนไหว 1150-1170 จุด
ในส่วนของความกังวล RECESSION เพิ่มความหวังลดดอกเบี้ย นับถอยหลังอีกแค่ 1 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (RECIPROCAL TARIFFS) กับประเทศเก็บ ภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ (รายชื่อประเทศเป้าหมายหลักๆ ยังไม่ชัดเจน) ในวันที่ 2 เม.ย. 68 ซึ่งอาจทำให้ภาษีศุลกากร เฉลี่ยของสหรัฐฯ พุ่งแตะ 34.8% นอกจากนี้ ผลกระทบที่ตามมา อาจเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวลงได้ โดยล่าสุด BLOOMBERG ปรับ คาดการณ์โอกาสเกิด RECESSION ในอีก 1 ปีข้างหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 30% (เดิม 20% เมื่อเทียบกับช่วง ปธน. TRUMP เข้ารับตำแหน่งความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ เพิ่มความกังวล RECESSION อาจเป็นปัจจัยเอื้อต่อการปรับลด ดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น ขณะที่ BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ร่วงลงมาสู่ 4.21% สะท้อนมุมมองตลาดฯ คาดหวัง FED ลด ดอกเบี้ย ส่วนบ้านเรา ยังมีความกังวลเพิ่มตามจากผลกระทบแผนดินไหว ซึ่งอาจเพิ่ม DOWNSIDE ต่อเศรษฐกิจไทย (ปี 2568 คาด GDP GROWTH เฉลี่ย 2.7% ส่วนรัฐบาลคาดเกิน 3%) หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในปีนี้เสี่ยงต่ำ กว่าเป้าหมายของ ธปท. ที่ 39.5 ล้านคน บวกกับภาคอสังหาฯ ฟื้นตัวช้า ขณะที่ ล่าสุดBOND YIELD 10Y ไทย ย่อ ตัวลงมาเช่นกัน สู่ระดับ 1.99% โดยฝ่ายวิจัยประเมิน 2H68 กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง 0.25% เหลือ 1.75% หากตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังไม่ ฟื้นเท่าที่ควร ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นจาก BLOOMBERG มองว่าดอกเบี้ยไทยน่าจะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้สู่ ระดับ 1.75% ในการประชุมเดือน ส.ค.68 ประเมินว่าการปรับลดดอกเบี้ย 25 BPS. จะหนุนระดับ MARKET EARNING YIELD GAP ได้สูงถึง 5.8% คาดว่า TARGET SET INDEX จะขยับขึ้นมาได้ราว 50-60 จุด
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยกำลังก้าวข้ามผ่านประเด็นแผ่นดินไหว วานนี้ทาง 6 สถาบันฯ แถลงด่วนก่อนตลาดเปิด เรียกความเชื่อมั่น หลังแผ่นดินไหว หนุนให้ SET INDEX ปรับตัว ลดลงเพียง -1.5% น้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ญี่ปุ่น -5.8%, ไต้หวัน -4.2%, เกาหลีใต้ -3% เป็นต้น หากย้อนดูแผ่นดินไหวในตุรกีต้นปี 66 แผ่นเปลือกโลกหลักมีการบีบอัดเกิดแผ่นดินไหว 7.8 แมกนิจูด หนักสุดในรอบ 100 ปี มีผู้เสียชีวิต 3.5 หมื่นราย กดดันหุ้นลงหนักกว่า -8.4% แต่ลงแค่วันเดียว แล้ววันถัดก็ค่อยๆ ฟื้น